บทที่ 2
เอกสารและงานที่เกี่ยวข้อง
การศึกษาค้นคว้าอย่างอิสระ
เรื่อง ทำไมเด็กไทยไม่กินผัก ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่๒
ปีการศึกษา ๒๕๕๘ โรงเรียนสายปัญญารังสิต
กลุ่มของข้าพเจ้าได้ทำการศึกษาค้นคว้าเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
ลูกไม่ชอบกินผัก เพราะอะไร
ปัญหาของเด็กที่คุณพ่อคุณแม่หนักอกหนักใจมีอยู่หลายเรื่อง
และเรื่องที่พบบ่อยที่สุดน่าจะเป็นเรื่องของการกินอาหาร เช่น ลูกไม่ชอบกินผัก และทำไมลูกไม่ชอบกินผักมาดูกันค่ะว่าสาเหตุส่วนใหญ่เกิดมาจากอะไร
1.ปัญหาเกิดจากคนรอบตัวโดยเฉพาะครอบครัว
เด็กๆมักชอบมีนิสัยเลียนแบบจากสิ่งต่างๆรอบตัวที่เด็กอยู่
ถ้าคนในบ้านไม่ค่อยทานผัก ก็จะทำให้ลูกไม่ชอบทานผักไปด้วย
โดยเฉพาะคุณพ่อและคุณแม่ที่ลูกมักอยากเลียนแบบ
ซึ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่ชอบทานผักลูกก็ไม่ชอบไปด้วยค่ะ
2.ลูกไม่ชอบกินผักเพราะบังคับให้ลูกกินผักมากเกินไป
การทานอาหารร่วมกันกับคุณพ่อคุณแม่เป็นเรื่องที่มีความสุขของลูกๆ
แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่คอยจ้องแต่จะให้ลูกกินผักหรือกินอาหารที่คุณคิดว่าดีกับลูกมากเกินไป
อาจทำให้ลูกเกิดการต่อต้าน ลูกก็จะไม่อยากกินผักไปอีกเลยค่ะ
3.ลูกไม่ชอบกินผักเพราะตามใจลูกมากเกินไป
การตามใจลูกมากเกินไปเป็นเรื่องที่ไม่ดี
ยิ่งถ้ามีคนคอยให้ท้ายว่าไม่กินก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยกินมื้ออื่นก็ได้
ถ้ามีคนคอยให้ท้ายอยู่แบบนี้ลูกก็จะไม่ยอมกินผักซักที
คนที่จะตามใจลูกได้ขนาดนี้ส่วนมากจะเป็น ปู่ ย่า ตา ยาย หรือพวกพี่เลี้ยงเด็ก
ดังนั้นถ้าไม่ต้องการให้เกิดปัญหานี้คนในครอบครัวต้องคุยกันว่าควรทำยังไง
เลี้ยงดูอย่างไรให้ลูกชอบกินผัก
![]() |
| http://www.maerakluke.com/ |
4.สีสันของอาหารเป็นเรื่องสำคัญ
เด็กๆจะเห็นว่าสีเขียว ของผักไม่น่ากิน
พอเห็นกับข้าวบนโต๊ะมีสีเขียวๆหรือผักเยอะ ก็ทำให้เด็กไม่อยากกินข้าว
ควรเลือกปรุงอาหารให้หลากหลายมีหลายสีสัน เพิ่มผักอย่างอื่นเข้าไปด้วยเช่น แครอต
ฟักทอง ดอกกะหล่ำ มะเขือเทศ
นอกจากจะเลือกสีสันให้สวยงามแล้วคุณแม่ต้องคำนึงถึงวิตามินที่จะได้รับในอาหารนั้นๆด้วย
ในแต่ละมื้อควรทำอาหารที่มีความหลากหลายลูกจะได้ไม่เบื่อง่ายค่ะ
5.อาหารแบบนี้ลูกไม่ชอบกิน
เด็กๆหลายคนมีอาหารที่ชอบกินและไม่ชอบกิน
ถ้าอะไรที่ไม่ชอบกินขึ้นมาก็จะไม่กินเลย ซึ่งเป็นเรื่องปกติของเด็กๆ ค่ะ
สังเกตลูกดูนะคะว่าลูกไม่ชอบกินอะไร
ก็พยายามอย่าใส่ลงไปเพราะถ้าลูกไม่ชอบจริงๆแค่เห็นเขาก็จะไม่กินแล้วค่ะ
เลี่ยงได้ก็เลี่ยงหรือไม่ก็หาอย่างอื่นทดแทนทำให้กินก็ได้ค่ะ
ดูจากที่กล่าวมาข้างต้นหลายๆข้อแล้วคุณพ่อคุณแม่น่าจะสรุปได้แล้วนะคะ
ว่าเพราะเหตุใดลูกถึงไม่ยอมกินผักน่าจะมีซักข้อที่ตรงกับลูกของเรา
หากตรงกับเรื่องไหนก็ค่อยๆปรับเรื่องนั้น หากเป็นเรื่องเกี่ยวกับอาหาร
คุณแม่ก็ลองปรับการทำอาหารให้เข้ากับลูกดูนะคะ หาทางแก้ไขไปเรื่อยๆ
รับรองลูกจะชอบกินผักแน่นอนค่ะ
อ้างอิงจาก http://www.maerakluke.com/
ปัญหาเรื่องเด็กไม่กินผักเป็นปัญหาใหญ่ของเด็กไทยจำนวนมาก
จนถึงขนาดล่าสุดทางสำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ออกมาเปิดเผยว่า
เด็กไทยกว่า 90% กินผักผลไม้น้อย
โดยทำการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยด้านโภชนาการ ปี 2551-2552 พบผู้หญิงไทยร้อยละ
18.5 หรือ 4 ล้านกว่าคนจากทั้งหมดกว่า 21
ล้านคน ที่กินผักผลไม้ตามเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนด คือ 400-600
กรัมต่อวัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำมาก
แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือ กลุ่มเด็กอายุ 6-14 ปี พบว่า มีเพียงร้อยละ 6.8 หรือ 3 แสนคนเท่านั้น ที่กินผักผลไม้ได้ตามเกณฑ์ และนั่นหมายความว่า เด็กยิ่งเล็กยิ่งบริโภคผักน้อยลงไปอีก
และหากประเทศไทยไม่สามารถจัดการปัญหานี้ได้ จะต้องแบกรับภาระจากปัญหาสุขภาพในระยะยาว มีรายงานว่า ร้อยละ 19 ของโรคมะเร็งระบบทางเดินอาหาร, ร้อยละ 31 ของโรคหัวใจขาดเลือด และร้อย11 ของโรคหลอดเลือดสมอง มีสาเหตุมาจากการกินผักผลไม้ไม่เพียงพอ
แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือ กลุ่มเด็กอายุ 6-14 ปี พบว่า มีเพียงร้อยละ 6.8 หรือ 3 แสนคนเท่านั้น ที่กินผักผลไม้ได้ตามเกณฑ์ และนั่นหมายความว่า เด็กยิ่งเล็กยิ่งบริโภคผักน้อยลงไปอีก
และหากประเทศไทยไม่สามารถจัดการปัญหานี้ได้ จะต้องแบกรับภาระจากปัญหาสุขภาพในระยะยาว มีรายงานว่า ร้อยละ 19 ของโรคมะเร็งระบบทางเดินอาหาร, ร้อยละ 31 ของโรคหัวใจขาดเลือด และร้อย11 ของโรคหลอดเลือดสมอง มีสาเหตุมาจากการกินผักผลไม้ไม่เพียงพอ
แต่เนื่องจากปัจจุบัน
พบว่า ผู้เป็นแม่ก็มีปัญหาเรื่องพฤติกรรมการกินผักและผลไม้เช่นกัน ฉะนั้น
สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารของตัวเองและครอบครัวให้ได้ก่อน
จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ในการปลูกฝังและฝึกฝนให้ลูกได้กินผักและผลไม้ที่หลากหลายตั้งแต่วัยทารก
ก็จะส่งผลให้ลูกสามารถกินผักและผลไม้ได้หลากหลายเมื่อโตขึ้น
เริ่มจากพ่อแม่ควรสอนให้ลูกคุ้นเคยกับผักและผลไม้ โดยเริ่มตั้งแต่เมื่อลูกได้รับอาหารเสริมหลังจากที่ลูกกินนมแม่อย่างเดียวจนถึงวัย 6 เดือน ก็สามารถเริ่มอาหารเสริมตามวัย ซึ่งอาจเริ่มด้วยข้าวบดน้ำซุปไม่ปรุงรส แล้วค่อยๆ เพิ่มชนิดอาหารทั้งเนื้อสัตว์และผักบดลงไปด้วย เป็นการฝึกให้ลูกเรียนรู้อาหารชนิดต่างๆ และสามารถกินอาหารได้ทุกชนิดเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่
ในช่วงของการผสมผักลงในข้าวนั้นควรเลือกผักที่ทำให้สุกแล้วอ่อนนุ่ม และควรเริ่มในปริมาณน้อยๆ ก่อน เพื่อสังเกตการยอมรับของลูก เมื่อไม่มีอาการแพ้ ก็สามารถเพิ่มหรือเปลี่ยนชนิดของผักให้หลากหลาย เมื่อลูกโตก็จะเริ่มคุ้นเคยกับผักเหล่านั้น
เป็นธรรมดาที่ครั้งแรกให้ลูกกินผักอาจได้รับการปฏิเสธก็ไม่ควรบังคับ เพราะจะทำให้เด็กต่อต้านมากขึ้น ต้องใจเย็นๆ เว้นระยะเวลาสักหน่อยแล้วพยายามให้กินใหม่ครั้งละน้อยๆ ในที่สุดลูกน้อยจะยอมรับได้เอง
ประเด็นสำคัญที่ต้องเข้าใจ ก็คือ เด็กส่วนใหญ่ไม่ชอบผักเพราะรสชาติที่ขมหรือมีกลิ่นแรง ในครั้งแรกๆ จึงควรเลือกชนิดของผักให้ลูกชนิดที่ไม่กลิ่นฉุน เช่น ตำลึง ฟักทอง ผักกาดขาว กะหล่ำดอก เป็นต้น เมื่อเด็กเริ่มโตขึ้นก็ค่อยๆ เพิ่มชนิดของผักให้หลากหลายมากขึ้น พร้อมกับสร้างความรู้สึกที่ดีให้แก่ลูกเกี่ยวกับผัก หรืออาจจะหาหนังสือนิทานที่เกี่ยวกับเรื่องผักมาเล่าให้ลูกฟังว่าถ้าไม่กินผักแล้วจะเป็นอย่างไร ฯลฯ ที่สำคัญ อย่าลืมว่าเมื่อลูกกินผักและผลไม้แล้ว ก็ต้องชื่นชมและให้กำลังใจลูกทุกครั้งด้วย
จากนั้นเมื่อลูกโตขึ้น ลูกเริ่มมีฟัน ลูกจะใช้ฟันกัดหรือเคี้ยวอาหารมากขึ้น ก็อาจหาผักที่มีสีสวยๆ และไม่แข็งมากนัก เช่น แครอท แตงกวา มาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอจับได้ถนัดมือให้ถือกินเล่น ซึ่งจะพบว่าเด็กจะชอบและยอมรับได้เป็นอย่างดี แต่ก็ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดไม่ให้กัดชิ้นใหญ่จนเกินไปเพราะอาจจะหลุดติดคอได้
รวมไปถึงเมนูอาหารประจำบ้าน ที่อาจมีเมนูอาหารของเจ้าตัวเล็กต่างหากด้วย ควรกำหนดให้ทุกมื้ออาหารมีผักเป็นส่วนหนึ่งของอาหารทุกมื้อด้วย พร้อมทั้งผลไม้ที่ลูกโปรดปรานรวมอยู่ด้วยทุกครั้ง เพื่อให้เด็กคุ้นและสามารถกินผักได้สม่ำเสมอ
แต่ถ้าหากลูกไม่ยอมกินผักมาโดยตลอด เพราะพ่อแม่ไม่ได้ฝึกฝนมาตั้งแต่เล็ก ก็อาจต้องเหนื่อยหน่อย พ่อแม่ต้องพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินใหม่ด้วย เริ่มจากการปรับเมนูในบ้าน โดยคำนึงถึงสารอาหารมากกว่าความอยากอาหารบางชนิดเท่านั้น
ปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นกับเด็กไทยในทุกวันนี้ ก็คือ พ่อแม่มักตามใจเมื่อลูกเรียกร้องจะกินอาหารชนิดใดก็ตาม ทั้งที่เป็นอาหารที่มีไขมันสูง หรือกินอาหารประเภทเดียวซ้ำๆ พ่อแม่ก็ยอมตามใจ เพราะกลัวลูกหิว กลัวลูกไม่ยอมกิน กลัวลูกกินได้น้อย กลัวลูกผอม ฯลฯ สุดท้ายปัญหาก็ตกอยู่ที่ลูก ทั้งเรื่องการขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย และโรคภัยไข้เจ็บ ฯลฯ
เริ่มจากพ่อแม่ควรสอนให้ลูกคุ้นเคยกับผักและผลไม้ โดยเริ่มตั้งแต่เมื่อลูกได้รับอาหารเสริมหลังจากที่ลูกกินนมแม่อย่างเดียวจนถึงวัย 6 เดือน ก็สามารถเริ่มอาหารเสริมตามวัย ซึ่งอาจเริ่มด้วยข้าวบดน้ำซุปไม่ปรุงรส แล้วค่อยๆ เพิ่มชนิดอาหารทั้งเนื้อสัตว์และผักบดลงไปด้วย เป็นการฝึกให้ลูกเรียนรู้อาหารชนิดต่างๆ และสามารถกินอาหารได้ทุกชนิดเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่
ในช่วงของการผสมผักลงในข้าวนั้นควรเลือกผักที่ทำให้สุกแล้วอ่อนนุ่ม และควรเริ่มในปริมาณน้อยๆ ก่อน เพื่อสังเกตการยอมรับของลูก เมื่อไม่มีอาการแพ้ ก็สามารถเพิ่มหรือเปลี่ยนชนิดของผักให้หลากหลาย เมื่อลูกโตก็จะเริ่มคุ้นเคยกับผักเหล่านั้น
เป็นธรรมดาที่ครั้งแรกให้ลูกกินผักอาจได้รับการปฏิเสธก็ไม่ควรบังคับ เพราะจะทำให้เด็กต่อต้านมากขึ้น ต้องใจเย็นๆ เว้นระยะเวลาสักหน่อยแล้วพยายามให้กินใหม่ครั้งละน้อยๆ ในที่สุดลูกน้อยจะยอมรับได้เอง
ประเด็นสำคัญที่ต้องเข้าใจ ก็คือ เด็กส่วนใหญ่ไม่ชอบผักเพราะรสชาติที่ขมหรือมีกลิ่นแรง ในครั้งแรกๆ จึงควรเลือกชนิดของผักให้ลูกชนิดที่ไม่กลิ่นฉุน เช่น ตำลึง ฟักทอง ผักกาดขาว กะหล่ำดอก เป็นต้น เมื่อเด็กเริ่มโตขึ้นก็ค่อยๆ เพิ่มชนิดของผักให้หลากหลายมากขึ้น พร้อมกับสร้างความรู้สึกที่ดีให้แก่ลูกเกี่ยวกับผัก หรืออาจจะหาหนังสือนิทานที่เกี่ยวกับเรื่องผักมาเล่าให้ลูกฟังว่าถ้าไม่กินผักแล้วจะเป็นอย่างไร ฯลฯ ที่สำคัญ อย่าลืมว่าเมื่อลูกกินผักและผลไม้แล้ว ก็ต้องชื่นชมและให้กำลังใจลูกทุกครั้งด้วย
จากนั้นเมื่อลูกโตขึ้น ลูกเริ่มมีฟัน ลูกจะใช้ฟันกัดหรือเคี้ยวอาหารมากขึ้น ก็อาจหาผักที่มีสีสวยๆ และไม่แข็งมากนัก เช่น แครอท แตงกวา มาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอจับได้ถนัดมือให้ถือกินเล่น ซึ่งจะพบว่าเด็กจะชอบและยอมรับได้เป็นอย่างดี แต่ก็ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดไม่ให้กัดชิ้นใหญ่จนเกินไปเพราะอาจจะหลุดติดคอได้
รวมไปถึงเมนูอาหารประจำบ้าน ที่อาจมีเมนูอาหารของเจ้าตัวเล็กต่างหากด้วย ควรกำหนดให้ทุกมื้ออาหารมีผักเป็นส่วนหนึ่งของอาหารทุกมื้อด้วย พร้อมทั้งผลไม้ที่ลูกโปรดปรานรวมอยู่ด้วยทุกครั้ง เพื่อให้เด็กคุ้นและสามารถกินผักได้สม่ำเสมอ
แต่ถ้าหากลูกไม่ยอมกินผักมาโดยตลอด เพราะพ่อแม่ไม่ได้ฝึกฝนมาตั้งแต่เล็ก ก็อาจต้องเหนื่อยหน่อย พ่อแม่ต้องพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินใหม่ด้วย เริ่มจากการปรับเมนูในบ้าน โดยคำนึงถึงสารอาหารมากกว่าความอยากอาหารบางชนิดเท่านั้น
ปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นกับเด็กไทยในทุกวันนี้ ก็คือ พ่อแม่มักตามใจเมื่อลูกเรียกร้องจะกินอาหารชนิดใดก็ตาม ทั้งที่เป็นอาหารที่มีไขมันสูง หรือกินอาหารประเภทเดียวซ้ำๆ พ่อแม่ก็ยอมตามใจ เพราะกลัวลูกหิว กลัวลูกไม่ยอมกิน กลัวลูกกินได้น้อย กลัวลูกผอม ฯลฯ สุดท้ายปัญหาก็ตกอยู่ที่ลูก ทั้งเรื่องการขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย และโรคภัยไข้เจ็บ ฯลฯ
อ้างอิงจาก http://noyshop.com/

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น